3 วัน 2 คืน ที่ภูทับเบิก ทุ่งแสลงหลวง ภูหินร่องกล้า

ท่องเที่ยวปีใหม่ 3 วัน 2 คืนที่ ภูทับเบิก ทุ่งแสลงหลวง ภูหินร่องกล้า แบบกางเต๊นท์ สัมผัสอากาศหนาวและสายหมอก ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่สมบูรณ์ของเพชรบูรณ์

ประเทศไทยอากาศหนาวเพียงปีละครั้ง เราคงไม่อยากทิ้งโอกาสที่จะได้สัมผัสอากาศท่ามกลางขุนเขาไปเฉยๆ หรอกว่ามั๊ย? ผมก็เช่นกัน จึงไม่รอช้า เปิดทริประยะสั้น 2 คืน 3 วัน เป้าหมายคือภูทับเบิกที่ต้องมีในแพลน ส่วนที่เหลือถือว่าเป็นการแวะเที่ยวเอา โดยตั้งใจว่าจะนอนเต๊นท์ตลอดทริป ซึ่งเตรียมไป 2 เต๊นท์กับสมาชิกทั้งหมด 4 คน

เช้าวันที่ 1 มกราคม หลังจากที่ countdown กันเมื่อคืนจนดึกจนดื่นก็เริ่มออกเดินทางประมาณประมาณ 10 โมง จากสมุทรสาครมุ่งสู่เพชรบูรณ์ด้วยระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงกับการฝ่าฝันรถติดช่วงขึ้นเขาก็ถึงเขาค้อตามแพลนที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ค่ำพอดี ต้องตะเวนหาจุดกางเต๊นท์กันอยู่นาน ไม่เจอจุดที่ถูกใจเลยและคนก็เยอะมาก จึงหาข้อมูลใน Pantip เอาตอนนั้นเลย เพราะเห็นบรรยากาศที่เขาค้อวันนั้นไม่คิดจะกางเต๊นท์ที่นั้นแล้ว จึงได้ข้อมูลว่ามีจุดกางเต๊นท์ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โดยไม่ได้อยู่ในแพลน สุดท้ายจึงได้ไปกางเต๊นท์ ณ ทุ่งแสลงหลวงช่วงกลางดึกกันแบบทุรักทุเร

ทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง หรือ ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย ซึ่งชื่อของอุทยานแห่งชาติมีการสันนิษฐานว่ามีการตั้งชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ ภายในอุทยานอุดมไปด้วยสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ซึ่งระหว่างทางขณะที่ผมเข้าอุทยานในช่วงกลางคืนก็พบเห็นกวางแม่ลูกออกมาแถวริมถนนอยู่เหมือนกัน

ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งใจมาทุ่งแสลงหลวงตั้งแต่ทีแรกจึงไม่ได้มีการหาข้อมูลท่องเที่ยวของที่นี่มาก่อนเลยครับ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง อากาศค่อนข้างหนาวเลยทีเดียวประมาณ 8 องศา แต่ไม่มีลม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะไม่งั้นคงจะหนาวแย่

ยามเช้าที่ทุ่งแสลงหลวงอากาศดีสุดๆ เลยครับ กางเต๊นท์อยู่ท่ามกลางต้นสน เดินออกมาสูดอากาศยามเช้าและเก็บภาพไปเรื่อย บ้างก็เห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ปั่นจักรยานเสือภูเขาที่อุทยานมีให้เช่าเพื่อไปชมวิวในทุ่ง

ส่วนผมก็เดินดูหมอกไหลเป็นสายบางๆ มีต้นไม้ขึ้นเป็นย่อมๆ ซึ่งมารู้ทีหลังว่ามีจุดชมวิวสูงๆ มองมุมสวยๆ อยู่อีกที่นึง ต้องมาซ้ำสองในครั้งหน้าอีกเป็นแน่แท้ครับ

IMG_6141-s1500

มาถึงทั้งทีไม่ถ่ายคู่กับป้ายก็กระไรอยู่ครับ ขอซัก 1 ภาพ แหะๆ

IMG_6149-s1500

ทิวสนและยอดหญ้ากับหมอกบางๆ

แดดอ่อนๆ สะท้อนกับทุ่งหญ้า สดชื่นสุดๆ

เพราะตั้งใจจะขึ้นไปดูหมอกบนเขาค้อจึงต้องลาจากทุ่งแสลงหลวงไว้เพียงเท่านี้ครับ ไว้พบกันใหม่อีกครั้งแน่นอน

ระหว่างทางจากทุ่งแสลงหลวงขึ้นไปเขาค้อ

สุดท้ายพอขึ้นมาบนจุดชมวิวบริเวณที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อก็ไม่มีหมอกเลยครับ เพราะลมแรง จึงพักกินน้ำกินข้าวแล้วไปภูทับเบิกกันต่อเลย

ภูทับเบิก

IMG_6258-s1500

วิวจากจุดกางเต๊นท์ที่ภูฟ้าเคียงดิน

เมื่อถึงภูทับเบิกก็ตระเวนหาจุดกางเต๊นท์กันต่อ จนได้มุมที่ถูกใจคือภูฟ้าเคียงดิน เป็นจุดที่เป็นยอดเขาและเป็นหน้าผาให้กางเต๊นท์ได้ เรียกว่าวิวดีสุดๆ เลยครับ เมื่อมองออกมาจากเต๊นท์ อุณหภูมิประมาณ 10 องศา แต่ลมแรงมาก ขนาดแดดแรงยังรู้สึกหนาวได้ตลอดเวลา

กอดแสงแดดยามเย็น

ความตั้งใจในการไปเที่ยวครั้งนี้ผมอยากจะสัมผัสอากาศหนาว และสูดอากาศในเต็มปอด พร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศที่เห็นอยู่ตรงหน้ามากกว่า จึงไม่แปลกที่รูปถ่ายอาจจะน้อยไปหน่อย รวมถึงอาจจะไม่ได้ถ่ายบรรยากาศในหลายๆ ช่วง เช่น จุดที่กางเต๊นท์ ภาพอาหารที่กิน เป็นต้น โดยเลือกที่จะหยิบกล้องมากดเป็นบางช่วงเวลาไม่กี่ภาพและนั่งดื่มด่ำบรรยากาศตรงนั้นพักใหญ่

การมองแสงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป เป็นความสุขสุดๆ

บริเวณจุดที่ชมอาทิตย์ตก

จากจุดที่ผมยืนชมอาทิตย์ตก เมื่อมองลงไปนี่เสียวขามากๆ ครับ เพราะไม่มีอะไรกั้นเลย ด้านล่างเป็นทิวเขาทอดยาวสลับกันไปมา หากบินได้ผมคงจะกระโดดลงไปอย่างไม่รอช้าเลย

ช่วงเวลาของแสงสุดท้ายก็มาถึงครับ มีเวลาให้เราได้ชื่นชมไม่นานนัก พระอาทิตย์ก็จากเราไป เก็บภาพไว้บางส่วน ที่เหลือไว้ให้เป็นความทรงจำของเราเองครับ

จากจุดที่กางเต๊นท์จะมีทางยาวไปปลายหน้าผา คือ จุดที่ผมยืนกอดแสงอาทิตย์ในภาพข้างต้นนั่นแหละครับ เป็นทางลาดบางช่วงค่อนข้างชัน เดินไม่ระวังก็มีลื่นหลายคนเหมือนกันครับ

แสงสุดท้ายกับยอดหญ้า

IMG_6433

เช้าตรู่ของวันที่ 2 ผมลุกจากออกจากถุงนอนและเต๊นท์ที่แสนอบอุ่น มาผจญกับลมและอากาศหนาวตอนเช้ามืดข้างนอก เพื่อรอแสงอุ่นๆ ของแดดยามเช้ากับไอดินและกลิ่นหญ้าที่หาไม่ได้ในกรุงเทพครับ แต่กว่าจะลุกออกมาได้เรียกว่าทำใจอยู่พักนึงเหมือนกันเพราะหนาวมากประมาณ 8 องศากับลมที่แรงตลอด

แน่นอนว่าไม่ผิดหวัง ผมเดินหามุมเพื่อจะนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้น จนได้มุมแถวนี้ที่ต้องฝ่าดงหญ้าเข้ามา เพื่อนั่งชมแสงแดดสะท้อนปลายยอดหญ้ากับอากาศที่เริ่มเย็นกำลังดีจากแสงแดดที่มาสร้างความอบอุ่นให้เรา ผมไม่รู้ว่าจะสื่อสารอารมณ์ช่วงนั้นออกมาอย่างไร บอกได้เพียงแต่คำว่า “ฟิน” สุดๆ เลยครับ

ต้นกระหล่ำปลีที่ปลูกตามธรรมชาติ

แม้อาทิตย์จะขึ้นไปแล้วเหลือแต่แสงที่เริ่มจะแข็ง แต่ผมก็ไม่คิดที่จะกลับเข้าไปนอนต่อในเต๊นท์ เพราะการมาเที่ยวแต่ละครั้งของผม นอนไม่เคยเต็มอิ่มอยู่แล้ว ผมชอบที่จะเดินชมบรรยากาศและเก็บภาพถ่ายมากกว่า จึงเดินลงมาตามแนวเขาเรื่อยๆ ก็เจอกับไร่กระหล่ำปลีที่น่าจะปลูกแบบธรรมชาติสลับกับก้อนหินบ้างเป็นบางจุด เป็นอีกบรรยากาศนึงที่เพิ่งเคยได้สัมผัสครับ

ยอดหญ้าพลิ้วไหวไปกับสายลม

จากจุดกางเต๊นท์กับจุดที่ผมถ่ายภาพใบนี้ ไม่มีซักคนที่เดินลงมาเลยครับ เพราะค่อนข้างไกลและชัน ผมจึงได้เดินชมบรรยากาศแบบส่วนตัวจริงๆ แม้จะเป็นช่วงปีใหม่ที่นักท่องเที่ยวเยอะก็ตาม จะเห็นว่าเราเลือกได้ครับ ว่าจะไปจุดที่คนเยอะหรือจุดใหม่ๆ ที่ผู้คนไม่ค่อยไปกัน ผมเลือกที่จะไม่ไปดูอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวบนภูทับเบิก เพราะคิดว่าคนต้องเยอะแน่ๆ และผมก็ไม่ผิดหวังกับบรรยากาศตรงนี้เลยครับ

ชาวม้งออกมาเก็บกระหล่ำปลี

ขณะที่ผมกำลังเดินกลับขึ้นไปด้านบนก็เห็นชาวม้งมาเดินเก็บกระหล่ำปลีไปบางส่วนครับ คิดว่าน่าจะเอาไปประกอบอาหาร เพราะเก็บไปไม่เยอะเหมือนกับการค้าขายเชิงพาณิชย์

ภูหินร่องกล้า

ผาพบรัก

ในช่วงสายผมก็ต้องลาจากภูทับเบิก ไปเที่ยวต่อที่ภูหินร่องกล้าโดยเข้าจากทางภูทับเบิก ซึ่งเที่ยวแบบระเวนทัวร์ตามจุดที่ใช้เวลาไม่นาน เพราะต้องกลับบ้านวันนี้ จุดนี้เป็นผาพบรัก ซึ่งไปแล้วต้องหลงรักจริงๆ ครับ เป็นผาลึกลงไป มีฉากหลังเป็นภูเขา ปกติจะมีหมอกด้วยแต่ที่ผมไปเป็นช่วงสายแล้วหมอกจึงไม่มีแล้วครับ

ผาพบรัก

ก้อนหินขนาดใหญ่บริเวณผาพบรักสลับกับดอกไม้ที่ขึ้นเรียงราย หากบานกว่านี้จะเป็นอะไรที่เฟอร์เฟคมากๆ

โรงเรียนการเมืองการทหาร

มาต่อกันที่โรงเรียนการเมืองการทหาร ซึ่งในอดีตมีไว้สำหรับให้การศึกษาตามแนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งจะประกอบไปด้วย บ้านฝ่ายพลเรือน บ้านฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายสื่อสาร และสถานพยาบาล

ระหว่างทางไปลานหินปุ่ม

หน้าผาบริเวณก่อนถึงลานหินปุ่ม

IMG_6778-s1500

ภูหินร่องกล้านับว่าเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนานของไทย เป็นวีรกรรมของนักรบไทยที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายๆ จุดยังคงเห็นสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์อยู่ให้เห็น สำหรับทริปตะเวนทัวร์ภูหินร่องกล้าครั้งนี้ ผมไม่ได้ไปน้ำตกหมันแดงและภูลมโล ที่สวยงามมากๆ ผมขอให้ภูหินร่องกล้าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องกลับไปซ้ำอย่างแน่นอน

สรุปทริป ภูทับเบิก ทุ่งแสลงหลวง ภูหินร่องกล้า

สรุปทริป 3 วัน 2 คืนครั้งนี้นับได้ว่าเป็นไปตามความคาดหวังที่ตั้งใจจะมานอนเต๊นท์สัมผัสบรรยากาศหนาวท่ามกลางขุนเขา ไอดินและกลิ่นหญ้าครับ ซึ่งตอนแรกกังวลมากว่าจะต้องไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวในช่วงปีใหม่กับคนอื่น แต่พอมาถึงสถานที่ๆ เราเลือกมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เราหลีกหนีจากความแออัดได้ครับ แต่ที่หลีกหนีไม่ได้คงจะเป็นระหว่างทางขณะขับรถ เพราะยังคงต้องใช้เส้นทางเดียวกันอยู่ และสุดท้ายอยากฝากไว้ครับว่าการมาเที่ยวผมแนะนำให้ดื่มด่ำบรรยากาศให้เต็มที่ มองข้างทาง มองวิวระหว่างทางบ้างมากกว่าที่จะคอยกด check-in รายงานผลบน social ตลอดนะครับ รวมถึงการถ่ายภาพก็ควรจะแบ่งเวลาให้ตัวเราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศด้วยตาเปล่าของเราเองบ้าง จัดสมดุลครับแล้วจะเที่ยวอย่างมีความสุขได้ทุกฤดูกาล เพื่อนๆ สามารถกด Like ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวต่อได้ที่ Facebook Fanpage ผมจะคอยอัพเดทตลอด สุดท้ายจริงๆ ขอบคุณที่รับชมจนจบครับ

บทความเกี่ยวข้อง