โอบหมอก กอดลมหนาว ชมดาวพร้างพราวฟ้า ณ เขาพะเนินทุ่ง

ชมทะเลหมอกยามเช้าใกล้กรุง ณ เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

เมื่อต้นเดือนธันวาคมได้มีโอกาสไปรับลมหนาวแรกที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพและสมุทรสาครมากนัก จึงเกิดทริปแบบกระทันหันแทบจะไม่มีการวางแผนใดๆ หรือแม้แต่อ่าน pantip เลยครับ

การเดินทางแบบคร่าวๆ จากกรุงเทพสู่เขาพะเนินทุ่ง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี ก็จะเจอสี่แยกท่ายางให้เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายางครับ จากนั้นวิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทานตาม ทางหลวงหมายเลข 3499 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ ขับรถไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ หลังจากนั้นขับตรงไปอีก 30 กิโลเมตรก็จะถึงแคมป์บ้านกร่าง ซึ่งเป็นจุดที่ปล่อยรถขึ้นไปบนเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งทางช่วงขึ้นเขาพะเนินทุ่งสภาพถนนค่อนข้างแคบระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ทางอุทยานฯ จึงมีตารางกำหนดเวลาในการใช้เส้นทางสายนี้ดังนี้ครับ

ตารางกำหนดเวลาในการขึ้นเขาพะเนินทุ่ง

รอบที่ เวลาขึ้นจากบ้านกร่าง เวลาลงจากพะเนินทุ่ง
1 05.30 – 07.30 09.00 – 10.00
2 13.00 – 15.00 16.00 – 17.00

โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท
สามารถจองที่พักบนอุทยานฯ ได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ได้เลยครับ

ระหว่างทางจากบ้านกร่างไปเขาพะเนินทุ่ง

ในช่วงแรกนี้ถนนลาดยางใหม่ยังดีขับสบาย ลมเย็นๆ ชมนก ชมไม้ได้ตลอดเส้นทาง แต่หลังจากนี้ไปหน่อยจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่แนะนำให้รถเก๋งขึ้นมา และคนขับรถควรมีความชำนาญซักหน่อยครับ เพราะบางช่วงจะมีลำธารไหลผ่าน

IMG_4406-s780

ซึ่งจะผ่านประมาณ 3 ลำธารครับ แต่ช่วงที่ไปน้ำไม่ได้มากอะไร ก็ผ่านไปแบบชิวๆ ให้อารมณ์ลุยเล็กๆ สนุกดีครับ

ภาพช่วงลำธารที่ 2

ภาพช่วงลำธารที่ 2

ช่วงที่ไปขึ้นรอบ 13.00 – 15.00 ขณะที่ขึ้นก็บ่ายสองกว่าไม่ค่อยมีรถตามหลัง จึงแวะลงมาถ่ายรูปเล่นกันนิดหน่อย

2014-12-13

ระหว่างทางขึ้นเขาพะเนินทุ่งค่อนข้างแคบและเป็นถนนลูกรังเกือบตลอดเส้นทาง ขึ้นเขาบ้าง ลงเขาบ้าง จนในที่สุดก็ถึงครับ

ขอรูปตัวเองบ้าง

ขอรูปตัวเองบ้าง

แวะถ่ายกับป้ายเขาพะเนินทุ่งซักหน่อย

แวะถ่ายกับป้ายเขาพะเนินทุ่งซักหน่อย

รีบเก็บข้าวของกางเต๊นท์เรียบร้อยก็มาที่จุดชมวิว รอชมพระอาทิตย์ตก พร้อมตั้งกล้องรอกันเลย

อาทิตย์ตกบนจุดชมวิว

ช่วงที่ไปอากาศเย็นพอดี ลมแรงเป็นระยะ ค่อนข้างหนาวทีเดียวครับ เพราะไม่ได้ใส่เสื้อแขนยาวด้วยละมั้ง จากนั้นก็พักล้างหน้าล้างตากินข้าวกันไป ช่วงค่ำๆ นี่ลมแรงมาก ต้องหยิบเสื้อกันหนาวออกมากันเลยทีเดียว อุณหภูมิประมาณ 18 องศา และตกดึกถึง 15 องศา + ลม เรียกว่าหนาวเลยครับ แต่ข่าวไม่ดีคือเมื่อลมแรงตอนเช้าจะไม่ค่อยมีหมอก ได้แต่รอลุ้นว่าลมจะเบาลงและมีหมอกให้เห็นตอนเช้า

ภาพหมู่ดาวบริเวณจุดกางเต๊นท์ ถ่ายแบบพาโนรามา

ภาพหมู่ดาวบริเวณจุดกางเต๊นท์ ถ่ายแบบพาโนรามา

ในช่วงเมฆมากฟ้าปิด ลมแรง มองไม่เห็นดาวเลยครับ เลยได้แต่นอนกินขนมคุยกันเล่น จนประมาณเที่ยงคืนฟ้าถึงจะเปิด ไม่รอช้ารีบหยิบกล้องตั้งขา กดถ่ายรัวๆ เลยครับ และไม่นานฟ้าก็กลับมาปิดอีกครั้ง เลยกลับเข้าไปนอนในเต๊นท์ แต่ก็นอนไม่ค่อยจะหลับครับ เลยออกมาเดินฉายไฟสำรวจพื้นที่เล่นกับพี่ชายนอกจุดกางเต๊นท์ ทั้งหนาวและมืดสนิทตื่นเต้นดี ฮ่าๆ จากนั้นประมาณตี 4 ก็เข้านอน ซึ่งนอนได้แปปเดียวก็ตื่นแล้วเพื่อจะรอดูอาทิตย์ขึ้นกับหมอกยามเช้าครับ เวลา 6 โมงก็ขับรถมากันที่จุดชมวิว กม.36 กัน เพราะจุดชมวิวใกล้ที่พักนั้น นักท่องเที่ยวรอบเช้าที่เพิ่งขึ้นมาเยอะมากกก และหมอกก็น้อยด้วย พอมาจุด กม.36 ถึงหมอกจะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอใจระดับนึงครับ

หมอกยามเช้า บริเวณจุดชมวิว กม.36 ถ่ายแบบพาโนรามา

หมอกยามเช้า บริเวณจุดชมวิว กม.36 ถ่ายแบบพาโนรามา

หลังจากชมทะเลหมอกยามเช้ากันเสร็จ ก็รีบเก็บข้าวของขึ้นรถ เตรียมตัวลงรอบเช้าคือ 09.00 น.

สรุปทริปสั้นๆ

หากอยากจะชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพ เขาพะเนินทุ่ง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีครับ แต่สำหรับทริปนี้ผมไปแบบไม่ได้วางแผนก็เลยพลาดอะไรหลายๆ อย่าง พอกลับมาผมถึงจะไปเปิดเว็บ Pantip ดูกระทู้ ถึงรู้ว่าไม่ได้ไปน้ำตกทอทิพย์ด้วย อีกทั้งค้างแค่ 1 คืน ก็คงไปไม่ทันอยู่ดี ประกอบกับไม่ได้เตรียมถุงกันทากไปสำหรับเดินเท้าไปชมน้ำตกทอทิพย์ ซึ่งได้ข่าวว่าเหนื่อยพอสมควรทีเดียว คงจะต้องไปซ้ำอีกเป็นแน่ครับ ธรรมชาติบนนั้นค่อนข้างสมบูรณ์ ระหว่างทางลงก็จะพบเห็นลิงตัวดำๆ ไม่รู้ลิงอะไร มาปีนป่ายให้เห็นตามข้างทาง อากาศเย็นสบายเปิดกระจกกันตลอดทาง บางช่วงก็ได้ยินเสียงชะนีด้วยแต่ไม่เห็นตัว บ้างก็เห็นตัวเม่น พอช่วงแคมป์บ้านกร่างก็มีผีเสื้อมากมายตามข้างทาง หากมีเวลาแนะนำให้มาลองกันดูครับกับเขาพะเนินทุ่ง แล้วจะหลงรักธรรมชาติมากขึ้นไปอีกขั้น

 

บทความเกี่ยวข้อง