7 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกธีม WordPress

นักเศรษฐศาสตร์สอนว่า “ตัวเลือกที่มากมาย ไม่ใช่ผลดีเสมอไป” การที่มีตัวเลือกมากอาจจะนำพาเราไปสู่การวิเคราะห์จนเป็นอัมพาต “Analysis Paralysis” และนำไปสู่การถูกครอบงำ เนื่องจากต้องพยายามมากขึ้นในการหาข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ จนส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดนั่นเอง

ในทุกวันนี้ WordPress Theme มีมากมายให้เลือกกันแทบจะไม่หวัดไม่ไหว เรียกว่าตาดีได้ ตาร้ายก็อาจจะเสียได้ธีมเวิร์ดเพลสคุณภาพต่ำๆ มาครอบครอง หรือบางอันก็มีลูกเล่นมากมายที่หลอกล่อให้เราไปติดกับก็เป็นได้ นี่ยังไม่รวมพวกที่แจก Premium Wordpress Theme ที่ต้องเสียเงินซื้อ เอามาให้แบบฟรีๆ ซึ่งอาจจะมีของแถมที่ไม่พึ่งประสงค์มาด้วย จนทำให้เกิดปัญหาโดนแฮคบ้าง มีคนแอบเข้ามาฝาก backlink บ้าง

ซึ่งเราก็ต้องชั่งน้ำหนักและถามความต้องการจริงๆ ของตัวเราก่อนว่าต้องการธีมเวิร์ดเพลสแบบไหน อยากได้ฟีเจอร์อะไรบ้าง แล้วอยากได้ฟรีที่ทำมาแจกจริงๆ หรือธีมเสียเงิน แล้วอะไรที่เราควรจะพิจารณาบ้างมาดูกันครับ

1

 1. เลือกธีมฟรีหรือธีมเสียเงินดีนะ ?

แน่นอนว่าเพียงแค่เราเสิร์ชกูเกิ้ลด้วยคำว่า WordPress Theme ผลการค้นหาก็ออกมามากมายนับไม่ถ้วนทั้งฟรีและเสียเงิน หลายคนน่าจะเคยลองใช้ธีมฟรีมากันแทบทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งในสมัยก่อนมักจะพบเห็นธีมฟรีที่โค้ดห่วยๆ ได้เป็นประจำ แต่ปัจจุบันนี้ชุมชนของเวิร์ดเพลสกว้างขว้างมาก มีนักพัฒนามากมายที่สร้างสรรค์ธีมดีๆ มาแจกกัน แน่นอนว่าทั้งของฟรีและเสียเงินนั้นมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ข้อดีของธีมพรีเมียม (ธีมเสียตัง)

  • มีการอัพเดทประจำ
    หลายครั้งเหตุผลนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด ในการตัดสินใจเลือก Premium Theme เพราะการอัพเดทบ่อยนี่แหละ ซึ่งจะช่วยทั้งเรื่องแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย การอัพเดทตามระบบของ WordPress รวมถึงการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ เป็นต้น
  • คนใช้น้อยกว่าของฟรี
    แน่นอนว่าคนใช้น้อยกว่า ย่อมจะเกิดการซ้ำกันกับคนอื่นได้น้อยกว่าเช่นกัน ในทางกลับกันธีมฟรีนั้นทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ เราจึงพบเห็นหน้าตาหลายๆ เว็บที่ซ้ำกัน
  • มีเอกสารคู่มือที่ดี
    ธีมเสียเงินส่วนใหญ่นั้นมีคู่มือการใช้งานที่ดีมากๆ ทั้งรูปแบบ PDF หรือเป็นไฟล์ html ให้เราเปิดดูได้ แบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ มีภาพประกอบพร้อมคำอธิบายอย่างชัดเจน ซึ่งคู่มือแบบนี้หาได้น้อยมากในธีมฟรีที่ทำแจก
  • มีการซัพพอร์ตต่อเนื่อง
    นักพัฒนาธีมพรีเมียมมีการซัพพอร์ตที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีระบบซัพพอร์ตที่เป็นเว็บบอร์ด ระบบถาม-ตอบ live chat รวมถึงระบบ email ticketing คอยให้บริการเราอยู่แล้ว ซึ่งธีมฟรีมักจะมีเพียงกระดานข่าวสาธารณะเท่านั้น
  • ไม่ต้องมีขอบคุณหรือที่มา
    ในธีมฟรีมักจะมีการใส่ลิงค์ตรง footer ไว้เป็นการขอบคุณหรือที่มาของผู้เขียนธีม ซึ่งหลายๆ คนก็มักจะเอาออกอยู่ดี แต่ก็มีบางธีมที่เขาเข้ารหัสไว้เลยก็มีนะ ในทางกลับกันมั่นใจได้ว่า Premium Theme นั้นไม่มีการทำลิงค์ให้เครดิตหรือบ่งบอกตัวผู้เขียนแต่อย่างใด

ข้อเสียของธีมพรีเมียม

  • ราคา
    คุณต้องยอมลงทุนซักหน่อย ราคาก็มีตั้งแต่ $40 กว่าไปจนถึง $200 กว่าก็มี
  • ต้องมาตั้งค่าเยอะ
    ธีมเวิร์ดเพลสพรีเมียมส่วนใหญ่จะมีเมนูให้เราตั้งค่ามากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวหน้ารูปแบบหน้าตาของเว็บ ซึ่งบางอย่างก็ต้องมาศึกษาอ่านจากคู่มือ
  • ฟีเจอร์ที่ไม่ต้องการ
    ใน Premium Theme มักจะมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้เราได้เลือกใช้ รวมถึงสามารถปรับได้เยอะมาก (บางครั้งก็เยอะเกิน) เช่น Multiple Slider หลากหลายรูปแบบ หลากหลายสกิน ยังไม่นับรวมเอฟเฟคต่างๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าบางครั้งเราก็ไม่ได้อยากได้มันหรอก

โดยทั่วไปแล้วการเลือกธีมเวิร์ดเพลสไม่ว่าจะทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือคุณภาพและการซัพพอร์ตหลังจากที่ปล่อยให้เราใช้กันไปแล้ว การโค้ดที่ดีจะส่งผลต่อหลายๆ เรื่องที่จะพูดถึงในบทความนี้ตั้งแต่ความปลอดภัย (Security) ไปจนถึงความเร็ว (Page Speed)

วิธีง่ายที่สุดที่จะประเมินว่าธีมนี้ดีหรือไม่ ก็ให้ดูจากคอมเม้นของลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว หากผู้พัฒนามีระบบซัพพอร์ต กระดานข่าว ให้ไปลองไล่ดูปัญหาที่พบกับธีมนี้และวิธีการแก้ไนของผู้พัฒนาว่าสามารถแก้ไขได้มากน้อยเพียงใด

2.ความเร็ว: ธีมที่เบา vs ธีมที่ฟีเจอร์เยอะ

อัตราความเร็วในการโหลดหน้าเว็บนั้นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้าน User Experience ให้กับเว็บไซต์ แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอันดับใน Search Engine รวมถึงยังสามารถเพิ่ม conversion rate และรายได้ของเว็บอีกด้วย

มาเข้าใจถึงปัญหาของมันก่อนเพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงมันก่อนที่จะสายเกินไปหลังจากที่ซื้อไปแล้ว ซึ่งหลักๆ แล้วจะมี 3 สิ่งที่ทำให้เว็บช้าดังนี้:

  • มีฟีเจอร์ที่หนักๆ เยอะ
    ให้ระวังธีมพวกที่โชว์สรรพคุณว่ามี Slider มากกว่า 10 แบบเลยนะ หรือจะมาพร้อมกับ 20 ปลั๊กอินที่ต้องติดตั้ง หรือซุปเปอร์ Javascript Animation ฟรุ้งฟริ้งมากมาย ฟังดูอาจจะเหมือนว่าดีจ่ายเท่านี้ได้ของตั้งเยอะแยะ แต่กับเว็บไซต์มันไม่เหมือนกับการเดินช้อปซื้อของในเทสโกโลตัสครับ ไม่มีเว็บไซต์ไหนที่มีจะ HTTP requests ของไฟล์ Javascript มากมายมหาศาล แล้วจะทำงานได้ดี รวดเร็ว หรอกครับ
  • ใช้งานพวกไฟล์ขนาดใหญ่เยอะไป
    ไม่ได้หมายความว่าห้ามใช้นะครับ เพียงแต่อะไรที่ใหญ่และมากไป ย่อมส่งผลไม่ดีเป็นแน่แท้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ให้เลี่ยงพวกธีมที่ใช้ full-width images, background video ที่ใช้จำนวนมาก จำไว้ว่า Less is more ครับ
  • เขียนโค้ดไม่ดี
    ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้รูปขนาดใหญ่เกินจำเป็น ไปจนถึงพวก CSS Inline ที่จะทำให้ประสิทธิของเว็บแย่ลง แต่การเขียนโค้ดที่ไม่ดีนั้นยังสื่อถึงธีมนั้นไม่มีความเอาใจ และอาจจะไม่ค่อยมีการอัพเดทเป็นเวลานาน ให้ตรวจสอบประวัติการอัพเดทแต่ละครั้งย้อนหลังของธีมด้วย

จาก 3 ข้อที่กล่าวมาก่อให้เกิด HTTP requests จำนวนมาก ทำให้ browser ต้องทำการโหลดสิ่งต่างๆ ที่บางทีอาจจะไม่ได้จำเป็นสำหรับหน้านั้นเลย แล้วค่อยแสดงเนื้อหาออกมา ถ้าสำหรับคนที่เป็น developer อยู่แล้วคงจะจัดการได้ไม่ยาก แต่คนทั่วไปที่ซื้อแล้วอยากใช้เลยคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักกับธีมที่มีฟีเจอร์เยอะเกินจำเป็น

3. Design และ User Experience

แน่นอนว่าวัตถุประสงค์ของธีมที่เราเลือกก็คือต้องทำให้เว็บไซต์ดูดีที่สุด และส่งเสริมให้แบรนด์ของเราดูดีเป็นไปตามที่เราต้องการสื่อ การออกแบบสามารถตอบโจทย์แบรนด์ของเราได้เกือบทุกอย่าง ดังนั้นสิ่งที่คุณควรคำนึงมีเพียงไม่กี่ขั้นตอนดังนี้

อย่างแรก ให้หาธีมจากเว็บที่มีดีไซเนอร์เก่งๆ ขายธีมอยู่ แล้วจะหาได้จากที่ไหนบ้างละ ขอยกตัวอย่างซัก 2-3 เว็บดังนี้ครับ เว็บแรก ThemeForest เป็นเว็บที่ผมชอบที่สุด เสียเงินให้กับเว็บนี้หลายอย่างแล้วเหมือนกันทั้งธีม สคริปและกราฟิค แต่ก็ยังมีเว็บขายธีมที่ดีไซน์สวยนอกจากนี้อีก คือ StudioPress และ Elegant Themes

อย่างที่สอง สละเวลาซักนิดลองเล่นตัว demo ของธีมที่เราเลือกดูซักหน่อยว่ารู้สึกอย่างไร ใช้งานง่ายมั๊ย? มีพื้นที่ว่างให้พักสายตาบ้างมั๊ย? ใช้ไปนานๆ แล้วรู้สึกมึนงงหรือป่าว? แสดงผลบนอุปกรณ์ขนาดเล็กได้ดีมั๊ย? สิ่งที่คุณได้ลองเล่นเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญก่อนการตัดสินใจ

อย่างสุดท้าย คุณต้องแน่ใจว่าธีมที่คุณเลือกนั้น cross-browser กับสิ่งที่คุณตั้งใจไว้หรือไม่ เช่น อยากให้เว็บไซต์เรารองรับได้ดีตั้งแต่ IE เวอร์ชั่น 8 ขึ้นไป และ browser บน android 2.3+ อะไรแบบนี้ ก็ให้ดูให้ดีว่ารายละเอียดของธีมนั้นเขารองรับได้ขนาดไหน

4. รองรับหลากหลายอุปรกณ์ (Responsiveness)

ทดสอบกับ mobile-friendliness tool

แน่นอนว่าในยุคนี้แทบทุกคนมีอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์คุณได้เกือบทุกคน จากสถิติปัจจุบันจำนวนผู้เข้าชมจาก อุปกรณ์พกพาจำพวก smart phone และ tablet มียอดสูงกว่า 30% บางเว็บไซต์เกิน 50% ไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยที่คุณจะไม่สนใจ responsive theme

โชคดีที่ธีมที่วางขายส่วนใหญ่แทบทุกธีมจะรองรับ responsive design อยู่แล้ว แต่ก็อาจจะยังมีธีมเก่าๆ ที่ยังไม่รองรับอยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เว็บไซต์ที่ให้บริการขายธีมก็จะมีตัวเลือกให้เราแยกระหว่างธีมที่รองรับ responsive design กับไม่รองรับอยู่แล้ว

อีกทางเลือกที่จะทดลองว่าธีมที่เราสนใจนั้นแสดงผลได้ดีบนมือถือหรือไม่ สามารถทดสอบได้กับบริการใหม่ของ google ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นานกับ mobile-friendliness tool

5. SEO

ในบรรดา CMS ที่หลากหลายนั้น WordPress มีชื่อเสียงด้าน SEO มากที่สุดตัวหนึ่ง มี Plugin เกี่ยวกับ SEO ที่เจ๋งๆ และฟรีให้เราเลือกใช้หลายตัว เมื่อเปรียบเทียบกับ CMS ตัวอื่นๆ

อย่างไรก็ตามหลายๆ เวิร์ดเพลสธีมนั้นมีโครงสร้าง on-page seo ที่ไม่ค่อยจะดีนัก มีการใช้ element html ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ค่อยคำนึงถึง attribute เช่น alt เป็นต้น รวมถึงโครงสร้างของ url ที่ทำให้เกิดเนื้อหาซ้ำซ้อน

เวลาที่เราจะเลือกธีมให้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ “SEO optimized” หรือ “SEO ready” ในรายละเอียดของธีมนั้น แต่ก็อย่าไปเชื่อทั้งหมด เพราะบางครั้งนักพัฒนาก็เขียนบรรยายไว้แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญจริงๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยพิจารณาด้าน SEO เท่าใดนัก

วิธีการตรวจสอบที่ดีคือให้ติดตั้ง chrome extension เช่น MozBar หรือ SEO Site Tools สำหรับไว้ทดสอบ SEO แบบคร่าวๆ กับธีมตัวอย่างที่เราได้ลองเล่น

4

6. ปรับแต่งได้ง่าย

แดชบอร์ดที่ปรับแต่งได้ง่าย เป็นมาตรฐานหลักของธีมเวิร์ดเพลสในปัจจุบัน มันช่วยให้คุณไม่ต้องไปยุ่งยากในการแก้ไขโครงสร้าง รูปแบบ หน้าตา ที่ต้องเข้าไปปรับใน style sheets

5

นอกจากนี้ ก็ยังมี Plugin จำพวก Visual Page Editor ที่สามารถสร้างหน้าเพจที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องไปแตะโค้ดซักนิดเลย ในขณะที่ WYSIWYG editors นั้นค่อนข้างจำกัดในการปรับแต่ง ซึ่งธีมที่สามารถปรับแต่งได้ง่ายนั้นเป็นประโยชน์อย่างมาก ที่คุณอยากจะสร้างหรือปรับแต่งหน้าตาที่ไม่เหมือนใครและไม่ต้องออกแรงในการทำมากมายเลย ซึ่งบางธีมนั้นสามารถ import demo มาได้ เราก็อาศัยดูการปรับแต่งใน panel ของเขาจากตัวอย่างได้เลย ผมแนะนำให้ลองเล่นปรับแต่งนู่นแต่งนี้จากตัวอย่างก่อนก็ได้ เพื่อจะได้เข้าใจว่าส่วนไหนทำอะไรได้ จะได้สามารถปรับแต่งเว็บของคุณได้ตามใจชอบ

7. ความปลอดภัย (Security)

มีหลายสิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเว็บไซต์ ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับ Hosting, Plugins หรือการตั้ง Password ที่ไม่ปลอดภัย สิ่งหนึ่งเราจะสามารถประเมินความปลอดภัยของธีมได้คือการเข้าไปความคิดเห็นของคนที่เคยซื้อไปใช้แล้ว นอกเสียจากว่าธีมนั้นสร้างโดยนักพัฒนาที่มีชื่อเสียงเป็นที่ไว้วางใจได้ ซึ่งส่วนมากแล้วผมจะไม่เลือกซื้อธีมที่ไม่ค่อยมีการดาวน์โหลดหรือคอมเม้นรีวิวจากคนซื้อ

อีกสิ่งที่อยากจะแนะนำคือประเมินธีมนั้นจากเว็บไซต์ขายธีมที่มีชื่อเสียงอย่าง ThemeForest นั้นความคิดเห็นของถูกค้าจะแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผย สามารถเข้าไปดูได้ตลอด ทำให้เห็นถึงความโปร่งใสเกี่ยวกับธีมนั้นๆ ที่คุณจะหาไม่ได้จาก developer โดยตรง

ในขณะที่คุณอาจจะเลือกซื้อธีมโดยตรงจากผู้พัฒนา ก็ขอให้ตัดสินใจหลังจากที่ได้ดูรีวิวที่แท้จริงจากคอมมูนิตี้เว็บไซต์ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

6

ซึ่งหากธีมนั้นมีปัญหาด้านความปลอดภัยจริง เขาก็อาจจะมาคอมเม้นเพื่อให้ลูกค้าที่ยังไม่ได้ซื้อทราบ ซึ่งหากนักพัฒนาได้แก้ไขตามคอมเม้นรีวิวจากลูกค้าที่ซื้อไปแล้วได้สำเร็จ แน่นอนว่าลูกค้าย่อมให้เรทติ้งที่ดีกับธีมนั้น เพราะฉะนั้นดาวที่เราเห็นสามารถบ่งบอกอะไรๆ ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

สรุป

ในขณะที่เทคนิคข้างต้นที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันและกลับมาสู่จัดประสงค์หลักจริงๆ ก็คือ ธีมที่มีคุณภาพ สิ่งที่หนึ่งที่คุณสามารถทำได้ตอนเลือกซื้อธีมคือเรียนรู้เกี่ยวกับผู้พัฒนาหรือบริษัทที่สร้างธีมนั้นขึ้นมา ถ้าพวกเขามีชื่อเสียงมาได้จนถึงป่านนี้นั้นแสดงให้เห็นว่าธีมของพวกเขานั้นมีคุณภาพมากกว่าพัฒนาที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก

อย่างไรก็ดีไม่มีธีมไหนที่สมบูรณ์แบบในทุกสิ่ง ยังไงเสียคุณก็จำเป็นต้องปรับแต่งบางอย่างอยู่ดีเพื่อให้ตรงตามจุดประสงค์ จากคำแนะนำทั้งหมดได้ที่กล่าวมาหวังว่าจะช่วยให้คุณสามารถเลือกธีมเวิร์ดเพลสที่มีคุณภาพจริงๆ แยกธีมที่ไม่ดีออก และสามารถเลือกได้เร็วขึ้นในโอกาสถัดไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว การเขียนโค้ดที่ดี SEO-friendly และมีฟีเจอร์ตรงตามที่คุณต้องการจริงๆ

Smashing Magazine

บทความเกี่ยวข้อง